☆ The Giver of Stars ☆ PDF Read by ☆ Jojo Moyes PDF, DOC, TXT, eBook or Kindle ePUB free

[ Book] ✓ The Giver of Stars PDF by Jojo Moyes Ö PDF, DOC, TXT, eBook or Kindle ePUB free

[Ebook] ➢ 500 ล้านปีของความรัก เล่ม 2 Author ชัชพล เกียรติขจรธาดา – Cravenjobs.co.uk

summary 500 ล้านปีของความรัก เล่ม 2 , series 500 ล้านปีของความรัก เล่ม 2 , book 500 ล้านปีของความรัก เล่ม 2 , pdf 500 ล้านปีของความรัก เล่ม 2 , 500 ล้านปีของความรัก เล่ม 2 b564b90036 " ล้านปีของความรัก" เล่มนี้ เนื้อหาจะแบ่งเป็นสี่ตอนด้วยกัน ตอนที่หนึ่งเริ่มต้นที่ความรักระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวกันอีกครั้ง ตอนที่สองจะเกี่ยวข้องกับความผูกพันในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันระหว่างแม่กับลูกหรือระหว่างคนรัก ตอนที่สามจะขยายต่อออกไปถึงเรื่องราวของความรักระหว่างกลุ่มหรือพวกพ้องของมนุษย์ ความรักในศาสนา ความรักที่มีต่อชาติฯ ตอนที่สี่จะเกี่ยวข้องกับความหลากหลาย การคิดต่าง โดยจะนำเรื่องราวของความรักทั้งหมดในสองเล่มมาสรุปรวบเข้าด้วยกัน และแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เรียกว่าความรักนั้นมีบทบาททำให้ลิงป่าฝูงหนึ่งในแอฟริกาก้าวเดินมาเป็นมนุษย์ที่ศิวิไลซ์ มีเทคโนโลยี สามารถทะยานออกไปสำรวจอวกาศเช่นที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ได้อย่างไร


10 thoughts on “500 ล้านปีของความรัก เล่ม 2

  1. says:

    อ่านงานของคุณหมอเอ้วมาเป็นเล่มที่ 5 แล้ว ยังไม่มีผิดหวังเลยครับ ที่งจริงๆ

    เล่าเรื่องยากๆ ให้ย่อยง่ายมาก เป็นลำดับ เป็นขั้นเป็นตอน เชื่อมโยงกันไปยังแต่ละบทสรุป อยากให้หนังสือเรียนเด็กไทย เขียนได้แบบนี้จัง


    “ระดับความสุขไม่ได้ขึ้นกับระดับของสิ่งกระตุ้นเท่านั้น แต่ขึ้นกับประสบการณ์ก่อนหน้าด้วย” [หน้า 73]


    “การรักแม่ การต้องการความนุ่ม การสัมผัสจากแม่เป็นสัญชาตญาณ ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้ ยิ่งเมื่อมีความกลัวยิ่งต้องการความรัก ต้องการสัมผัสจากพ่อแม่ ถึงขนาดที่ว่าแม้แม่จะเป็นสาเหตุของความกลัวนั้นลูกก็ยังกลับเข้าไปหาแม่อยู่ดี สัญชาตญาณที่ต้องการความรักและสัมผัสจากแม่นั้นมีพลังมากกว่าสัญชาตญาณความกลัวหลายเท่านัก” [หน้า 134]


    “เด็กจะเลือกติดใครเป็นฐานที่มั่นไม่ได้อยู่ที่ใครเป็นคนให้อาหารหรือน้ำ (อย่างที่เคยเชื่อกัน) แต่เป็นว่าใครให้การตอบสนองทางอารมณ์บ่อยที่สุด สม่ำเสมอที่สุด ซึ่งก็คือการเล่นด้วย ยิ้มให้ ทำให้หัวเราะ กอด หอมแก้ม” [หน้า 142]


    “สมองของเราออกแบบมา ให้อารมณ์ตัดสินนำไปก่อนแล้วเหตุผลจึงตามมา ถ้าเราชอบหรือเชื่อเรื่องใดมาก เราจะตัดสินใจไปแล้วตั้งแต่ระดับ ‘นอกจิตสำนึก’ การใช้เหตุผลที่เกิดตามหลังจะเป็นเพียงแค่มาสนับสนุนสิ่งที่เราเชื่อไปแล้ว…”

    “ดังนั้นจะเห็นว่าทำไมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์หรือความเป็นตัวตนมากๆ เช่น กับความรักความชอบ ศรัทธาทางด้านศาสนา ความเชื่อทางการเมือง ความชอบทีมกีฬา รวมไปถึงติ่งดารา จึงเถียงด้วยเหตุผลกันได้ยาก ทั้งสองฝ่ายเชื่อว่าตัวเองมีเหตุผล แต่ความจริงเราเชื่อด้วยอารมณ์แล้วจึงหาเหตุผลมาสนับสนุนสิ่งที่เราเชื่อหรือตัดสินใจไปแล้ว…” [หน้า 208]


    “คนส่วนใหญ่หรือคนปกติยอมที่จะทำสิ่งที่รู้ว่าผิดหรือไม่ถูกต้อง ตราบใดที่เชื่อว่าคำสั่งและความรับผิดชอบนั้นมาจากคนที่มีอำนาจอย่างชอบธรรม” [หน้า 293]


    อิทธิพลของสถานการณ์ที่มีต่อพฤติกรรมมนุษย์ 👉 “คุณไม่มีทางที่จะบอกได้เลยว่าคุณจะมีพฤติกรรมเช่นไรจนกว่าคุณจะได้เผชิญสถานการณ์นั้นด้วยตัวเอง” [หน้า 297]


    “สมองของแต่ละเพศวิวัฒนาการมามีความชำนาญที่ต่างกันแต่ทำงานร่วมกัน ร่างกายที่ออกแบบมาเพื่องานที่ต่างกันแต่ทำงานเสริมกัน” [หน้า 310]


  2. says:

    เล่มสอง เนื้อหายากกว่า แน่นกว่าเล่มหนึ่งเยอะ
    หลายครั้ง ผู้เขียนตั้งคำถามไว้หลายประเด็น แล้วยังไม่ตอบทันที พรรณาเรื่องอื่นก่อน ซ้อนกันไปเรื่อยๆ
    จนจำไม่ไหว ว่าติดเรื่องใดอยู่ ทำให้บางตอนต้องอ่านต่อเนื่อง ถ้าหยุดแล้วจะงง ต่อไม่ติด
    การอ่านจะไปได้ช้าๆ ต้องวนซ้ำ และมีสมาธิในการอ่าน

    ทั้งสองเล่ม เหมาะกับการอ่านซ้ำ เมื่อผ่านไปสักปีให้กลับมาอ่านใหม่ จะดีมาก

    เล่มสอง ส่วนที่ชอบเป็นพิเศษ คือ "การอ่านนิยาย ดีต่อสมองของเราอย่างไร" "ทำไมอกหัก จึงใช้ยาแก้ปวดช่วยได้เหมือนกัน"

    สรุปทั้งสองเล่มผู้อ่านจะได้รับรู้ว่าผู้เขียนมีการทำการบ้านมาอย่างหนัก ในการเขียนหนังสือชุดนี้
    จึงสมควรให้ 5 ดาวเลย


  3. says:

    เป็นหนังสือวิทยาศาสตร์อีกเล่มหนึ่งในเมืองไทยที่พบว่าเขียนได้ดีมากๆและได้ย่อจนรู้สึกว่าอ่านไม่ยากมากเกินไป (มี reference ให้ไปค้นต่อได้หากต้องการค้นในเชิงลึกเพิ่มเติม) หนังสือนี้รวบรู้ความรู้จากศาสตร์ Neuroscience, Brain Study, Civilization ได้อย่างลงตัวเพื่ออธิบายปรากฎการณ์หลายๆอย่างที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ พฤติกรรม ของบุคคล ความสัมพันธ์ สังคม วัฒนธรรม ด้วยคำๆเดียวคือ ความรัก และผู้เขียนก็สามารถอธิบายได้อย่างมีหลักการและ fact ทางวิทยาศาสตร์ครับ อ่านจบเล่ม 2 ถึงได้เข้าใจแล้วว่า ทำไมผู้เขียนถึงต้องตั้งชื่อว่า "500 ล้านปีของความรัก"


  4. says:

    เนื้อหาเล่มสองยังแน่นเหมือนเดิม หมอเอ้วยังคงเขียนสนุกเหมือนเล่มแรก แต่อารมณ์ขันในหนังสือลดลงไปนิด เล่มนี้พูดถึงวิวัฒนาการความสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสังคมมากขึ้น เรื่องเกี่ยวกับปัจเจกบุคคลน้อยลง (ซึ่งจะมีมากกว่าในเล่มแรก)

    ผมยกให้หนังสือชุดนี้เป็นหนังสือภาษาไทยแนว non fiction ที่ดีที่สุดที่เคยอ่าน หนังสือไทยที่อ่านส่วนใหญ่จะเขียนจากประสบการณ์ (ซึ่งก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน) ไม่ใช่การสรุป แต่ของหมอเอ้วคือ reference แน่นมากๆ และการสรุป รวบรวม และเรียบเรียงเนื้อหาก็ทำให้อ่านได้ลื่นไหลต่อเนื่อง ท้ายเล่มก็มีบทความ และหนังสือแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม (น่าสนใจทั้งนั้น)

    แนะนำให้อ่านเลยครับ ทั้งสนุก และได้ประโยชน์


  5. says:

    ได้อ่านเล่มนี้หลังจากอ่านเล่มแรกจบไปเกือบสองปี ซึ่งตอนนี้ลืมเนื้อหาเล่มแรกไปเกือบหมดแล้ว เล่มสองนี่ถ้าเปรียบเทียบกับเล่มแรกคร่าวๆ คือเนื้อหาค่อนข้างหนักกว่า เน้นพูดถึงการทำงานของสมองและพฤติกรรมมนุษย์ในแง่ของการอยู่ร่วมกันในสังคมมากกว่าเล่มแรก

    ที่ประทับใจมากทั้งสองเล่มเลยก็คือคุณชัชพลเขียนเรื่องแต่ละอย่างย่อยออกมาให้เข้าใจง่าย แถมมี case study เยอะมากๆ อ่านแล้วเห็นภาพว่ามันเชื่อมโยงกับเรายังไง มนุษย์ไม่ถูกกับวิชาวิทย์ๆอย่างเรายังอ่านแล้วแฮปปี้ ที่จริงคือเริ่มอ่าน pop science เล่มอื่นๆ ได้เพราะหนังสือชุดนี้เลยย


  6. says:

    คุณหมอชัชพลไม่เคยทำให้ผิดหวังครับ ผมคิดว่าคุณหมอเป็นผู้เขียนเขียนหนังสือแนว Popular Science Non Fiction ได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านมา ชอบหลายบทครับ แม้อ่านหลายเล่มแล้วจะลืมรายละเอียดไปบ้าง แต่ก็สนุก น่าติดตาม แนะนำให้อ่าน เล่มแรก ก่อนนะครับ


  7. says:

    ความรู้วิทยาศาสตร์จากหนังสือเล่มนี้นำไปใช้ในชีวิตและได้ประโยชน์มากๆครับ


  8. says:

    👍🏻


  9. says:

    สนุก ชอบ ไม่ผิดหวังที่รอคอยเล่ม 2 ค่ะ


  10. says:

    I would like to read this book,because I want to know about the cycle of life to effect to human body.


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *